| จัดงานมหกรรมภาพยนตร์สั้น"คำพ่อสอน" มูลนิธิพระดาบสประกาศผลชนะเลิศภาพยนตร์สั้นเฉลิมพระเกียรติ “คำพ่อสอน”
พร้อมเผยแพร่เป็นสื่อกลางถ่ายทอดสู่ประชาชน และ เยาวชน เป็นแนวทางดำเนินชีวิต
งานนี้ความรับผิดชอบโครงการโดยซิมแอนด์ซัน คอมมิวนิเคชั่น
วันนี้(อังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553) เวลา 12.30-16.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง พลอากาศเอกกำธน สินธวานนท์ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิพระดาบส เป็นประธานในพิธีการประกาศผลภาพยนตร์สั้นเฉลิมพระเกียรติ “คำพ่อสอน” ประเภทเยาวชน และบุคคลทั่วไป และมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้สนับสนุนการจัดทำโครงการ ต่อจากนั้นศาตราจารย์เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ในฐานะเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส เป็นประธานในงานแถลงข่าวขับเคลื่อนโครงการ “คำพ่อสอน” ปี 2553
ภายในงาน มีการประกาศผลภาพยนตร์สั้นเฉลิมพระเกียรติ “คำพ่อสอน” โดยคัดเลือกจากรอบสุดท้าย 18 เรื่องประกอบด้วย ประเภทเยาวชน จำนวน 9 เรื่อง ได้แก่ ผีเสื้อ, มิตรภาพ, หัวหน้าห้องคนใหม่, ความดีในใจ, รอยยิ้ม, สูตลับสายรุ้ง, คำของพ่อ, อุ้มดิน, และลุกขึ้นสู้ ประเภทบุคคลทั่วไป จำนวน 9 เรือง ได้แก่ เข้าเฝ้า, ต้นแบบ, เด็กชายน้อย, เกิบ, ธนาคารมิตรภาพ, รอยเท้าพ่อ, กล่องดำ, ความสุขของพ่อ และอาเหย่วเยอส่อ
 
ท่านเกษม วัฒนชัย องคมนตรีมาเป็นประธานมอบรางวัล ท่านกำธน สินธุวานนท์ องคมนตรี ประธานกล่าวเปิดงาน
 
ดร.อรสุดา เจริญรัถ ผูอำนวยการโครงการภาพยนตร์สั้น "คำพ่อนสอน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนและร่วมเสวนา การขับเคลื่อน "คำพ่อสอน"
ทั้งนี้คณะกรรมการได้คัดเลือกเพื่อมอบรางวัล 10 เรื่อง ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ ทั้ง 2 ประเภท จำนวน 2 รางวัล ได้รับรางวัลเกียรติยศพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีพร้อมทุนการศึกษา 100,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทั้ง 2 ประเภท จำนวน 2 รางวัล ได้รับทุนการศึกษา 50,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทั้ง 2 ประเภทจำนวน 2 รางวัล ได้รับทุนการศึกษา 20,000 บาท และรางวัลชมเชยของแต่ละประเภท รวม 4 รางวัล ได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท หลังจากนั้นได้เชิญแขกผู้มีเกียรติและผู้ร่วมงานรับชมภาพยนตร์สั้นเฉลิมพระเกียรติ “คำพ่อสอน” ที่ได้รับรางวัลทั้ง 10 เรื่อง
ได้แก่เรื่อง
“คำของพ่อ” ผลงานการกำกับและเขียนบทของ อุทิศ จิตร์อารีย์ เรื่องราวที่ภารโรงคนหนึ่งใช้หนังสือ “คำพ่อสอน” มาอ่านสอนลูกชายซึ่งเป็นบุคคลออทิสติก เพื่อหวังให้ลูกชายนำคำสอนติดตัวไป และสามารถดูแลตัวเองได้เวลาที่เขาไม่อยู่จนกระทั่งวันหนึ่งเขาตกหลังคาสลบไป ลูกชายคนเดียวของเขาก็อ่านหนังสือคำพ่อสอนทุกวันจนสามารถช่วยเหลือตัวเองได้เมื่อยามที่พ่อนอนแน่นิ่งอยู่ จนสุดท้ายเมื่อลูกชายปฏิบัติกิจกรรมเยี่ยงบุคคลทั่วไปได้แล้วก็พบว่า พ่อนั้นได้ฟื้นขึ้นมาและมองอย่างมีความสุข
ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งได้แก่เรื่อง “หัวหน้าห้องคนใหม่” ผลงานกำกับและเขียนบทภาพยนตร์ของ เอกลักษร์ ยิ้มแย้ม ร่วมด้วย ศศิธร เหลืองอ่อน เรื่องราวเกี่ยวกับ มาโนชเด็กผู้ชายที่มีลักษณะเรียบร้อย ถูกเพื่อนๆในห้องเลือกให้เป็นหัวหน้าห้องคนใหม่เมื่อหัวหน้าห้องคนเก่าต้องย้ายโรงเรียนไป เพื่อหวังให้เขาไม่ต้องจดชื่อเพื่อนๆในชั้นเรียนที่ชอบคุยและเล่นกันจนเสียงดัง สุดท้ายเมื่อเพื่อนๆทำผิดมาโนชก็รับผิดแทนเพื่อนร่วมห้องทุกคนเมื่อเพื่อนเห็นความเสียสละของมาโนชทุกคนจึงคิดได้และยอมรับความผิดในความซุกซนของตัวเองด้วยการยอมถูกครูตี
รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่เรื่อง “มิตรภาพ” ผลงานการกำกับภาพยนตร์และเขียนบทของศรายุทธ วรรณกูล เรื่องราวของเพื่อนรัก สองคนที่รักและผูกพันกันมากเมื่อวัยเด็กเมื่อโตขึ้นสมชายได้กลายมาเป็นทหารทำหน้าที่รั้วของชาติรักษาความสงบเรียบร้อยแต่อารีย์กลับกลายเป็นแนวร่วมของกลุ่มก่อการร้ายในภาคใต้ กลายเป็นสองทางเลือกของเพื่อนรักวัยเด็กที่ต้องเลือกระหว่าง “หน้าที่และมิตรภาพ” สำหรับรางวัลชมเชย มีสองรางวัลได้แก่เรื่อง “ความดีในใน” ผลงานของ กิตติภูมิ มุ่งสระกลางที่ทำหน้าที่เขียนบทและกำกับภาพยนตร์ ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง คือ "ผีเสื้อ" ผลงานของ ทินตะวัน บุรวัตร์
ขณะที่รางวัลชนะเลิศประเภทบุคคลทั่วไปได้แก่เรื่อง “เด็กชายน้อย” เขียนบทและกำกับโดย ธนทัต สกุลคุณาทิพย์ เรื่องราวของเด็กชายน้อย ที่ไม่คยเข้าใจว่าทำไมพ่อของเขาซึ่งมีอาชีพหลักทำนา แต่อีกคราบก็เป็นสารพัดช่าง ถึงได้ชอบสะสมน้ำใจมากกว่าสะสมเงินทองจนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อเขาและพ่อต้องเดือดร้อนในคืนฝนตกหนัก ชาวบ้านที่พ่อเคยช่วยเหลือก็กลับมาช่วยพวกเขา น้อยจึงเข้าใจกับคำสอนของพ่อที่ว่า การแบ่งปันมีน้ำใจกับผู้อื่นสำคัญและมีค่ากว่าการมีเงินทองที่มากมายเสียอีก
รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ “ธนาคารมิตรภาพ” ผลงานการกำกับภาพยนตร์เขียนบทและควบคุมการผลิตของ สุมิตรเที่ยงตรงจิตร เรื่องราวของเจ้ยและกลุ่มเพื่อนเด็กต่างจังหวัดที่ชอบอ่านหังหสือเป็นชีวิตจิตใจ โดยอาศัยอ่านเรื่องราวจากหนังสือที่เก็บได้ จนพวกเขาได้มาพบกับ การ์ตูนนิยายเรื่อง “แผ่นดินพ่อข้าใครอย่าแตะ” เจ้ยก็สวมวิญญาณเป็นพระเอกหนังการ์ตูนอ่านและออกท่าทางทำนองเสียงประกอบตัวละครต่างๆ ให้เพื่อนๆฟัง เมื่อเรื่องมาถึงจุดไคลแม็กซ์ด้วยความเมามันเจ้ยกระโดดถีบพวกผู้ร้ายอย่างสุดแรงสุดท้ายเขาก็ต้องเจ็บตัว เมื่อลืมไปว่า เขากำลังอ่านหนังสืออยู่บนต้นไม้
หนังสั้นเรื่อง “เกิบ” คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับสอง กำกับภาพยนตร์โดย ทิฆัมพร ภูพันนา เรื่องราวของ คำไส เด็กชายชั้นป.4 ที่พ่ายแพ้ระหว่างวิ่งแข่งกับเพื่อนร่วมชั้นในวิชาพละศึกษา ทั้งที่เขานำมาก่อนแต่ด้วยความที่เขาไม่ได้ใส่รองเท้าจึงทำให้ล้มตรงหน้าเส้นชัยอย่างน่าเสียดาย เมื่อคำไสตามพ่อไปซื้อของเก่าเขาก็เจอเงินสามร้อยบาทซึ่งซ่อนอยู่ในหมอนที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนำมาแลกถ้วยกับความลังเลว่า จะนำเงินจำนวนนี้ไปซื้อรองเท้าใส่ดีหรือไม่สุดท้ายคำไสก็เลือกที่จะนำไปคืนเจ้าของ พ่อได้แต่มองและชื่นชมลูกชายด้วยสีหน้าที่เห็นคำไสมีจิตสำนึกแห่งความดี
รางวัลชมเชยในประเภทบุคคลมีสองเรื่อง ได้แก่ "กล่องดำ" กำกับโดย ประวิตร ตรีเมฆ และบทโดย รัศมิมาน นิ่มตระกูล อีกเรื่องหนึ่งคือ "รอยเท้าพ่อ" บทและภาพยนตร์โดย โชติกา ดวงจินดา ซึ่งทุกเรื่องต่างสะท้อนให้เห็นถึงคุณประโยชน์และคุณค่าในการสืบสานและน้อมนำแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตในแง่มุมต่างๆที่สามารถเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอด “คำพ่อสอน” สู่กระบวนการเรียนรู้และการปฏิบัติได้เป็นอย่างดี
โครงการประกวดภาพยนตร์สั้นเฉลิมพระเกียรติ “คำพ่อสอน” เป็นกิจกรรมหนึ่งที่มูลนิธิพระดาบสจัดทำขึ้นเพื่อให้เกิดการน้อมนำพระบรมราโชวาทและพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากหนังสือ “คำพ่อสอน” มาสู่การประพฤติปฏิบัติและเผยแพร่สู่สาธารณชน ด้วยการส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปนำแรงบันดาลใจที่เรียนรู้จากหนังสือ“คำพ่อสอน” มาสู่การสร้างสรรค์ในรูปแบบภาพยนตร์สั้น โดยภาพยนตร์สั้นที่เข้ารอบสุดท้ายทั้ง 18 เรื่องจะได้รับการเผยแพร่สู่สาธารณชน
ประมวลภาพการจัดงาน!!!
 
ไซมอน โชติอนันต์ พฤทธิ์พรชนันและคุณคิม ช่างภาพ ยงยุทธ ทองกองทุนและอังเคิล มาเป็นผู้ประกาศผล
 
ผู้ได้รับรางวัลประเภทบุคคลทัวไป ภ.คำของพ่อ ชนะเลิศเยาวชน
 
เสวนา "การขับเคลื่อน คำพ่อสอน" เพลงอยู่อย่างพอเพียงร้องโดยศิษญ์พระดาบส
 
บรรยากาศหน้างาน วริศรา ทองนิล หัวงานใหญ่
 
สื่อมวลชนมากันหลายแขนงทั้งโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์
 
 
 
|